นั่งรถไฟไป a book [part 1]

posted on 15 Aug 2009 13:36 by phuphu  in Article

ก่อนอื่นใดต้องขออภัยคุณนิ้วกลม ที่ชื่อเอนทรีนี้ไปคล้ายกับหนังสือ "นั่งรถไฟไปตู้เย็น" (แค่ไปตู้เย็น ...ผมขึ้นวินมอไซค์ปากซอยเรียกแล้วไปร้านเครื่องไฟฟ้าก็ได้แล้ว...แต่นี่พี่นิ้วกลมแกล่อรถไฟไปจีนเลย) - พูดเล่นน่ะครับ ...แต่ชื่อเอนทรีก็ตรงกับเนื้อหาจริง ๆ เพราะผมมากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมาแล้วครับ เนื่องจากมีภารกิจต้องเป็นพลเดินสาร เพื่อนำราชโองการไปยังสำนักพิมพ์ a book และนำมันมอบให้กับ บก.บิ๊ก แห่ง ราชอาณาจักรอะบุ๊กแลนด์

ผมออกเดินทางจากเชียงใหม่เมื่อวันเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยรถไฟขบวน 14 เวลา 16:30 น. โดยเลือกนอนตู้นอนชั้นบน เพราะผมเป็นคนชอบเล่นของสูง (เช่นเก็บมะพร้าว,ขึ้นเสาโทรศัพท์ ฯลฯ) ก็เลยอยากลองมานานแล้วว่าเวลานอนชั้นบนจะเป็นไง เพราะปกติผมจะนั่งแบบเก้าอี้แบบเอนตลอด รอบนี้เลยขอลองซักครั้ง เผื่อจะติดใจ...

นอนชั้นบน

แล้วผลก็คือ "ติดใจจริงๆ!!"
ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่าตู้นอนแบบนี้นั่นจะมีขนาดพอดีตัวกับคนไทย และน่าจะยาวไม่เกิน 2 เมตรแน่นอน เพราะผมสูง 178 ยังรู้สึกว่ามันพอดีเป๊ะ อารมณ์เหมือนนอนในโลงศพ (อ่า...น่าจะเหมือนมั้ง ยังไม่เคยนอนแต่เดี๋ยวพอถึงเวลาก็จะรู้เองแหละ) ตู้นอนแบบนี้ไม่ใช่ว่าขึ้นรถไฟมาก็นอนเลย แต่จะเป็นที่นั่งเหมือนที่นั่งรถไฟทั่วไปที่ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วพอถึงเวลานอนเจ้าหน้าที่เขาจะมา transformer โช๊งเช๊งๆ กลายเป็นที่นอนในระยะเวลาเพียงเสี้ยวนาที จากที่นั่งธรรมดา...ก็กลายเป็นที่นอนหรูหราไฮโซในบันดล~

สายรั้ง

 แล้วไม่ต้องกลัวจะกลิ้งตก เพราะเขาจะมีสายยังชีพอยู่ 2 เส้น หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่สีน้ำตาล ซึ่งมันทนทานมาก ผมลองกลิ้งไปเพื่อทดสอบ ผลก็คือมันจะเด้งกลับมาที่เดิม เรียกว่าหมดห่วงสำหรับคนนอนดิ้น (นอกจากเอ็งจะดิ้นแบบนักกายกรรม...) ทีนี้พอตกดึกทุกคนก็จะมีเคหะสถานเป็นบ้านของตัวเอง ผมเรียกห้องนอนแบบนี้ว่า "ม่านรูดมินิ" เพราะทุกคนจะมีม่านรูดเป็นของตัวเอง ...และเมื่อกี้ ตอนก่อนหน้านี้พูดถึงที่นั่งแบบหันหน้ามองกันหลายท่านคงนึกถึงหนังเรื่อง "ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น" ที่มีฉากหนุ่มไทยวัยฉกรรจ์ได้ประสบพบเจอกับสาวญี่ปุ่นหุ่นสะบึมบนรถไฟ...

อาโออิ

 ...แต่่นั่นมันในหนังครับ โอกาสเป็นไปได้เท่ากับงมเข็มนาโนฯในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่ผมเจอคือคนญี่ปุ่นหน้าตาเหมือนยากูซ่า (หัวโล้น ๆ ใส่เชิ๊ต มีหนวดครึ้ม ๆ กับทองเส้นบิ๊ก ๆ) ...ไอ้ผมก็นั่งเกร็งเพราะเฮียแกฟัง ipod อย่างสงบนิ่ง ไม่รู้ว่า่ฟังเพลงหรือฟังธรรม...เพราแกนิ่งจริง ๆ นั่งไปเกร็งไป (เงียบทั้งคู่) แอบคิดในใจทำไมไม่เป็น โซระ อาโออิ แบบในหนังฟะ!!? ซักพักเสียงโทรศัพท์ดังเข้า....เอ้า! พับผ่าเป็นสามซีก ที่แท้พี่ไทยเหมือนกัน แกคุยโทรศัพท์เสร็จ ผมเลยทักว่า "ตอนแรกผมนึกว่าพี่เป็นญี่ปุ่น" ...แกก็ตอบว่า "ผมก็นึกว่าคุณเป็นญี่ปุ่นเหมือนกันเลยไม่กล้าคุย..." ปุดโธ่ถัง! แกคงนึกว่าหน้าผมเหมือนทาคุยะ (อ๊วกกกกกก) แต่ผมดันไปนึกนึกว่าแกเหมือนยากูซ่าเสียฉิบ ผมก็เลยต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่....(แต่ขอโทษในใจนะ)

ทีนี้ก็มาถึงช่วงสันทนาการสุดระทึก...(กรุณาดูภาพปลากรอบ)

หลุมดำ

 หลายท่านเห็นแล้วก็คงรู้ว่านี่คือ "ส้วม" (เอ้า...เรียกให้สุภาพหน่อยก็ "ส้่วมครับ") นี่คือที่ ๆ คนขึ้นรถไฟเกือบทุกคนต้องคยเจอมัน แต่หารู้ไม่ มันไม่ใช่แค่ส้วมธรรมดา แต่มันคือส่วนผสมของเทคโนโลยีจากหน่วยงานวิจัยและพัฒนาทางธรณีวิทยาของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับองค์การอวกาศนาซ่า ของสหรัฐอเมริกา ...เราเรียกส้วมนี้ว่า "ห้องสุขาจำลองภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสภาพมวลแรงดูดของหลุมดำ" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "ส้วมรถไฟ" (มันเกี่ยวกัีนตรงไหนฟะ???)

ถามว่ามันมีเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงถึงเพียงนั้นเลยหรือ? ที่เห็นนี่ก็แค่ส้วมธรรมดาเองนะ??

หารู้ไม่แล้วคร๊าบบบ...ผมทดสอบมาด้วยตัวเองเลย และมั่นใจได้เลยว่านักบินนาซ่าก็ยังไม่เคยเจอแบบที่ผมเจอ เริ่มแรกก็คือการถอดกางเกง ถ้าท่านถอดกางเกงในห้องน้ำบ้านท่านมันคงสบาย ๆ ขำ ๆ ...แต่ืท่านลองถอดกางเกงเมื่อพบแรงสั่นสะเทือนระดับ 5  ริคเตอร์แล้วท่านจะหนาว ยิ่งใส่ยีนส์นะ แม่เจ้าโว้ย!! ปากจะไปฟาดกับคอห่านเอา แค่ยืนสองขายังยืนไม่ค่อยจะตรง นี่ต้องเหลือขาเดียวแล้วค่อย ๆ ถอดแบบเสียว ๆ อีก...ผมเนี่ยถึงกับรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนในชาติที่เกิดเแผ่นดินไหวบ่อยแบบญี่ปุ่นจนถึงก้นบึ้งของตับเลยล่ะ...

หลังจากอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน...เมื่อผ่านด่านแรกไปแ้ล้ว ท่านจะเจอกับด่านที่ 2 คือ "ด่านหลุมดำ" ลองนึกสภาพหลุมดำขนาดย่อมอยู่ใต้หว่างขาของท่านดูก็ได้ ด้วยเสียงประกอบเป็นเสียงลมกระหน่ำสวนรูดากขึ้นมา เรียกว่าสร้างความเสียวซ่านเป็นอย่างยิ่ง... แล้วถ้าถามว่ารูนี้เมื่อดูดแล้วจะไปไหน ก็ขอเฉลยว่าดูดแล้วมันก็ลงไปตรงรางรถไฟนั่นแหละครับ เขาถึงมีป้ายบอกว่า "กรุณางดใช้สุขาเมื่อรถเทียบสถานี" ...ไม่ต้องบอกก็รู้ครับ ใครทะลึ่งไปใช้ตอนนั้น เมื่อรถไฟไหลออกชานชลาไปแ้ล้ว นายสถานีอาจจะพบกับ ก้อนทอง+ชาเขียว ที่ถูกทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าก็เป็นได้...สร้างความสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่ง

ปล.เห็นวงกลมแดง ๆ ที่ผมวงไว้ในภาพไหมครับ? ...นั่นคือที่เหยียบเพื่อใช้กระบวนท่า "ธาราชำระปฏิกูล" (หรือเรียกแบบไม่ดัดจริตว่าน้ำล้างขี้ ล้างเยี่ยวนั่นเอง) หน้าตามันคล้ายที่เหยียบกระเดื่องกลอง ใครอยากสวมวิญญาณมือกลอง ลองเหยียบเป็นจังหวะเล่น ๆ ก็ได้ครับ...แต่กรุณาอย่าเหยียบเพลิน ไม่งั้นน้ำหมดโบกี้เดี๋ยวพี่ ๆ ท่านอื่นจะงานเข้านา~

หัวลำโพง

 และแล้วก็มาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง...ในตั๋วเขียนไว้่ว่าจะมาถึงราว 06:30 น. แต่รู้ไหมครับว่าผมมาถึง กทม.เวลาเท่าไหร่??? ....10 โมงเศษ ๆ ครับ.... และเวลาที่หายไปนี่หมดไปกับการที่รถไฟจอดในกรุงเทพฯให้รถยนต์ผ่านไปก่อน ...ให้รถยนต์ผ่านไปก่อน.... (ซ้ำอีก 4 รอบ) ...จะบ้าเรอะะะะ!!! รถไฟมันวิ่งบนราง แล้วจอดให้รถยนต์ผ่านไปก่อนเนี่ยนะ บอกได้เลยว่าตั้งแต่เลยสถานีดอนเมืองมา รถไฟมันจอดเกือบทุกแยกที่ตัดกับถนนเลยครับพี่น้อง เพื่อจอดให้รถยนต์สัญจรผ่านไปก่อน...เอ่อ ลองใช้เนื้องอกในสมองตรองซักนิดนะครับ รถไฟมันวิ่งบนรางเนี่ย แค่ปล่อยมันผ่านไป ขบวนไหนเกิน 1 นาที ผมให้มากระโดดถีบปากเจ้าหน้าที่การรถไฟเลย กับการให้รถยนต์ผ่านไปก่อนแล้วให้รถไฟมารอเนี่ย ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะ gentleman ไปทำปลาดุกรัสเซียอะไร???

เกิดผมมีสอบที่กรุงเทพ 8 โมง...ก็บอกลาได้เลยครับ สอบก็ไม่ไ่ด้สอบ ยัดห่าอะไรก็ไม่ได้ยัด ดังนั้นสโลแกนรถไฟไทยคือ "เร็ว ๆ รถไฟไทยไม่...ช้าบรรลัยรถไฟไทยทำ" ดังนั้นในตั๋วบอกถึงเท่าไหร่ ให้คุณบวกไปซัก 2-4 ชั่วโมงเลยครับ จะได้มีเวลานั่งสมาธิสำรวมจิตไม่ให้ด่าบุพการีผู้บริหารการรถไฟไทยมากขึ้นอีกหน่อย...

และแล้วก็มาถึงกทม.ครับ ผมเข้าไปหาที่พักก่อน ก่อนตรงไปยังบริษัท a day ที่เอกมัยซอย 10...

 แต่พอไปถึงแล้วผมก็ดันหาออฟฟิศไม่เจอ...ถามคุณลุงข้างล่างแกบอกว่าออฟฟิศอยู่ชั้น 3 ...คือถ้าเรามองขึ้นไปจากข้างล่างเนี่ยเราจะเห็นเอกมัยช็อปปิ้งมอล์มีแค่ 2 ชั้นน่ะครับ ชั้นสามเราจะเห็นแต่ยอดไม้...ตอนแรกผมไม่เชื่อ เลยลองเดินขึ้นไป สิ่งที่ผมเห็นคือ... ถ้าที่นี่ไม่ใช่ออฟฟิศหนังสือ a book, นิตยสาร a day, นิตยสาร knock knock, นิตยสาร hamburger แล้วล่ะก็...ที่นี่ต้องเป็นรังของผู้ก่อการร้ายแน่นอนครับ ประมาณว่าผมเห็นผู้ก่อการร้ายหน้าจิ้มลิ้มกำลังเมาท์แตกกันหน้าออฟฟิศ a day เลย   ...เพราะไม่ว่าจะมองจากด้านล้าง ด้านข้าง ด้านไหน ๆ ก็ตาม ไม่เว้นมองมาจาก google earth คุณก็จะเห็นแต่สุมทุมพุ่มไม้เต็มไปหมด...ไม่เชื่อดูป้ายที่ผมเห็นตอนแรกได้ครับ...

อะบุ๊ก

 ป๊าดดด...

แค่ป้ายก็บอกแล้วว่าสำนักพิมพ์ a book นั่นรักษ์ธรรมชาติขนาดไหน ป้ายชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ด้านข้างซะงั้น (หารู้ไม่ แท้จริงแล้วสำนักพิมพ์ a book เป็นฉากหน้าขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีชก็เป็นได้...) คือถ้าที่นี่เป็นแหล่งของผู้ก่อการร้ายจริง ต่อให้ตำรวจไทยเก่งขนาดไหนก็ไม่มีวันจับได้หรอกครับ... ไม่รู้วินมอ'ไซค์หน้าปากซอยจะรู้หรือยังว่าตึกนี้มีบุคลากรทางด้านหนังสือแห่งหนึ่งของไทยกำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้นอยู่...

ระหว่างที่ผมนั่งรอก บก.บิ๊ก อยู่นั้น...ทางพี่ทีมงาน a book ก็เอาหนังสือมาให้ผมอ่านเล่นครับ อ่านไปก็หัวเราะไปหลายเล่ม ผมก็นั่งอ่านรออย่างเมามันส์ และโดยเฉพาะเล่มนี้ครับ (นี่คือช่วงโฆษณาแฝงนะครับ...รับทราบโดยทั่วกัน)

abc strip

กับ abc: comic 'Strips' รวมผลงาน 30 นักวาดเขียนร่วม 200 แก๊ก!  ....อ่านเล่มนี้แล้วแทบวางไม่ลง!!! (เพราะบนโต๊ะมีมดเต็มไปหมด ไม่รู้ใครมากินขนมไว้...แย่จริงๆ) โดยเฉพาะกับการ์ตูนของเว็บมาสเตอร์ของบล็อกแถวนี้ที่มีชื่อคล้ายลูกชิ้นนั่นแหละครับ อ่านแล้วฮากลิ้งเลย มุกพี่แกทำผมน้ำหูน้ำตาไหล (ไม่เชื่อถามทีมงานหนังสือ a day กับ knock knockได้ครับ...ใครเดินไปเดินมาเวลานั้นจะพบกับไอ้ผมยาวเสื้อดำคนนึง นั่งหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ ขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมายไว้ก่อน...หัวเราะแบบคนโรคจิตนิด ๆ ครับ ซึ่งผมเรียกอาการนี้ว่า "อาการหัวเราะแบบไม่สม่ำเสมอเพื่อรักษามาดและหน้าตา" (แต่ผลออกมาเหมือนไอ้โรคจิตที่หัวเราะหึหึออกมาโดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกเหมือนเลือดออกในไรฟัน) ...และขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่นั่นเอง ก็พบว่ามีเสียงลึกลับขึ้นมาในบริเวณนั้น...!!

 

...

หรือว่าผมจะเจอเจ้าืที่เจ้าทาง...บริษัท daypoets เล่นงานเข้าให้แล้ว 
เพราะผมไม่ให้เกียรติสถานที่...หัวเราะรักษามาด หรือเพราะการใดก็ตามแต่ ผมจึงเร่งหาต้นตอของเสียงทันที เพื่อสกัดความกลัวที่เกิดขึ้นในจิตใจ และหวังว่าคงไม่เจอสิ่งที่คาดไว้ในตอนกลางวันแสก ๆ ผลก็คือ....

 

 

 

 

แมววว

 แม่เจ้า!!... หรือนี่คือ "เทพพิทักษ์ประจำบริษัท" ดังที่เขาร่ำลือกัน ที่พยานผู้พบเห็นกล่าวว่ามันพึ่งตกตึกมาไม่กี่วันก่อน...ส่วนผลเรอะ!! ...ก็แค่ปากแตก นี่ขนาดปากแตกนะ พี่ล่อน้ำเหมือนวิ่งข้ามซาฮาร่ามาสามวันสามคืน เอ๊ะ บริษัท นี้ยังไงเนี่ย ไม่มีน้ำแดงน้ำเขียวมาเซ่นท่านเทพพิทักษ์เลยหรือไง? เลยต้องปล่อยให้ท่านมาซดน้ำราเขียว (ญาติกับชาเขียว) แบบหิวกระหายถึงเพียงนี้่... ผมได้แต่ตั้งข้อสงสัยในใจ จนกระทั่งบก.บิ๊กเดินทางมาถึง ผมก็ยังไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าอาจจะได้ปากแตกแบบท่านแมวเทพพิทักษ์ ...ด้วยท่าพิฆาตฝ่ามือหมีตบของท่าน บก.บิ๊ก เสียเอง

คุยกันได้พักใหญ่...ก็พบบุคคลสำคัญท่านหนึ่งเดินทางมาถึง ท่านนั้นคือ...

บก. & มาสเตอร์

                     บก.บิ๊ก                       เว็บมาสเตอร์เว็บ X-วัยรุ่น (เอ๊กซ์ทีน)

...

พบว่าทางเว็บมาสเตอร์เดินทางมาไกลยิ่ง ละม้ายคล้ายถังซัมจั๋งเดินทางไปชมพูทวีป ด้วยการต่อรถมา 4 รอบ เพื่อมาดูหน้าและชี้ตัวผู้ต้องหาคดีดองบล็อก...สร้างความซาบซึ้งตราตรึงขึงพืดใจข้าพเจ้ายิ่งนัก (หารู้ไม่...ที่จริงคือพี่แกแวะมากินข้าวตะหาก) คุยกันได้ซัีกพักก็ขึ้นไปยังออฟฟิศ a book ....

ถึงตรงนี้ขออนุญาตไม่เล่าต่อ...เพราะสถานการณ์มันวุ่นวายมาก
จนความทรงจำผมขาดหายไป...
เมื่อผมย่างก้าวเข้าไปในออฟฟิศ a book....

- จบตอน -  = ก็เป็นหมันอ่ะดิ... 

 

หมายเหตุ : หรือติดตามเรียลริตี้ " นั่งรถไฟไป a book " ได้ทาง http://twitter.com/phuphu
(ฉายแบบ side story ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ศกนี้...เท่านั้น)


รักษาสุขภาพ(จิต)ด้วยครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
つづく

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

เดี๋ยวมีตอนสองสินะ ฮ่ะๆ
โอ้ เห็นภาพในรถไฟแล้วนึกถึงตอนตัวเองเลย
ยิ่งนอนข้างบนนะความรู้สึกเหมือน....
เหมือนว่ามันสั่นไปทุกทาง = =a
ถ้ามีขวดแปปซี่มันคงระเบิดไปแล้ว

#51 By Prince Cupid on 2009-08-16 09:14

มุขกระจายเลยนะคะ รถไฟไทยนี่แหละสุดยอดสุด ๆ big smile

#52 By DukGaDik on 2009-08-16 09:53

จำได้ว่าน้ำพุ่งแรงมาก

#53 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-08-16 10:02

เคยเจอแบบนี้เมื่อตอนที่ยังใช้บริการรถไฟ ไม่ว่าจะเข้ากรุง หรือออกนอกกรุง ทุกครั้งที่จะถึงปลายทาง จะต้องมีเหตุให้ล่าช้า เหลืออีกไม่กี่สถานี แต่ใช้เวลาเป็นชั่วโมงทุกที sad smile

#54 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-08-16 10:05

โอ้ว บ.ก.อยู่บนต้นไม้ ท่าทางจะรักธรรมชาติมาก

#55 By อิร๊า (*´д`*) on 2009-08-16 10:09

ยิ่งอ่านยิ่งฮา หยุดอ่านไม่ได้เลย 555+confused smile

#56 By Boom , Nerd , Spirit on 2009-08-16 10:17

อ๋อ...ซื้อมาอ่านแล้วล่ะฮะconfused smile

#57 By icyannyou :D on 2009-08-16 10:24

กทม. รถยนต์เป็นใหญ่จริง ๆ ครับ งานนี้ ส่วนออฟฟิศอะเดย์ มองอีกมุมหนึ่งมันก็ร่มรื่นจริง ๆ นะ confused smile

#58 By nora on 2009-08-16 10:35

Damn fun...

wait for next one!

#59 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-08-16 10:43

ฝากถามน้องเหมียวหน่อยนะคะว่าน้ำราเขียวอร่อยรึเปล่า อิอิ
ฮาเกิดเลยพี่ท่าน ฮ่าๆๆๆ

#61 By เจน on 2009-08-16 10:59

เป็นการเดินทางที่มันมากก big smile

#62 By b-padung Studio on 2009-08-16 11:05

ตอนไปเชียงใหม่ นั่งรถไฟไป
คนปูเตียงน่ารักมากกกกกกกกก
ตั้งแต่นั้นเลยคิดว่าถ้าจะไปไหนไกลๆ
จะต้องนั่งรถไฟไปเท่านั้น!!!!

ชั้นบนเหมือนนอนในโลงจริงๆ
ไม่เคยนอนในโลงเหมือนกัน
แต่ความรู้สึกมันบอกว่า ใช่เลย

ฮาคุณพี่ยากูซ่า
ยังดีที่แกไม่นั่งลับมีดแก้เบื่อ
confused smile confused smile

#63 By พ. on 2009-08-16 11:47

เทพพิทักษืแมว!!!

ปล.อยากนอนบนตู้นอนบนรถไฟจัง.......
อยากอ่านต่อแล้วววว cry

#65 By natsu-miyu on 2009-08-16 12:25

เทพประจำบริษัทน่ารักโคตรๆๆๆ

ป.ล. อย่าคาดหวังความตรงต่อเวลาในรถไฟไทยsad smile

#66 By Nart on 2009-08-16 12:28

ยินดีด้วย

แต่เราฝึกที่อีกาซีน

#67 By De@thTyrune on 2009-08-16 12:39

นั่ง รถไฟ ตู้นอน ชั้น บน เป็นอะไรที่รู้สึกว่า นรก มาก ก

#68 By herenoi on 2009-08-16 12:52

ถ้าเกืดได้เจออาโออิล่ะก็นะ หุหุหุ

#69 By TopGorezilla on 2009-08-16 12:54

อ่า มันมาก อยากอ่านต่อcry
อ่านฮามากค่ะ รถไฟตู้นอนเหมือนจะดี แต่ในห้องน้ำมันหลอนมากค่ะ

แมวน่ารัก

#71 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-08-16 13:02

รออ่านต่อค่ะ
เป็นการเดินทางที่ ฮาจริงๆ เลยค่ะconfused smile

#72 By namnampai on 2009-08-16 13:02

ออฟฟิศกับป้ายอาร์ตมาก อยู่บนต้นไม้

#73 By Vermuth on 2009-08-16 13:44

ห้องน้ำน่าสยดสยองมากค่ะ
เข้าตอนกลางคืนอาจมีมือโผล่ออกมาจากหลุมดำก็ได้ (จะบ้าเรอะ)

อ่านไปฮาไปค่ะ มุขแจ่มๆทั้งนั้นconfused smile
ฮาตรงบก.อยู่บนต้นไม้ถัดไปอีก3กิ่งconfused smile

น้องแมวน่ารักมากๆเลยค่ะ

จะรออ่านตอนต่อไปค่ะbig smile


ปล.แค่คำว่า"จบตอน"ก็เอามาเล่นเป็นมุขได้นะคะopen-mounthed smile

#74 By canta+! on 2009-08-16 13:47

เอ่อ.. ตกลงไม่ใช่คนญี่ปุ่นเหรอครับ XD

แมวน่ารักค่อด!!!

รอดู review ที่พักเนอะ

#75 By Xenoliith (124.157.236.70) on 2009-08-16 13:51

สะดุดที่แมวววววววว
น่ารัก ><

รถไฟนี่ไม่เคยนั่งไกลแต่ก็ได้ยินเสียร่ำลือเรื่องห้องน้ำนะ
แหะๆ ไม่กล้าเข้า

#76 By Nu~Nan on 2009-08-16 14:25

เพิ่งรุนะคะเนี่ย
ว่ารถไฟ
นา่นขนาดนี้ -*-

#77 By ~FuKuTsU ShiJoU~ on 2009-08-16 14:30

อร๊าก อยากนั่งรถไฟ เมี้ยว
แมวแผลบๆ

#78 By Catzilla128 on 2009-08-16 14:36

ฮาเเมวเทพพิทักษ์กับป้ายทางขึ้นconfused smile

#79 By PG on 2009-08-16 15:48

"เทพพิทักษ์ประจำบริษัท" สุดยอด!!

#80 By ★ Nemui★ on 2009-08-16 16:02

555 ,
big smile

#81 By PANTHONG on 2009-08-16 16:16

555555+ มุกรักธรรมชาติสุดยอดมาก

ป.ล. Aoi แหล่ม

#82 By HostChan* on 2009-08-16 16:23

ชอบตอนอยู่บนรถไฟ..อยากไปมั่ง

#83 By ZeXmO* on 2009-08-16 16:53

เป็นการเดินทางที่สุดยอดมากๆ

ปล.ส้วมนั่นน่ากลัวจริงๆนั่นแหละ sad smile

#84 By | Thancha-shirou | on 2009-08-16 17:14

หล่อจังมาสเตอร์ cry

#85 By [PiNPiN] on 2009-08-16 17:28


โอ้ เมื่อตัวพ่อทั้งหลายมาเจอกัน

#86 By [ Sai ];charot on 2009-08-16 17:51

#87 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2009-08-16 18:55

จะรออ่านต่อค่า!!!
ทำไมแค่การมาที่ a book ธรรมดา มันถึงดูระทึกขวัญตื่นเต้นอย่างกับหนังไซไฟอย่างนี้ล่ะคะ*O*

ไม่ได้นั่งรถไฟตู้นอนนานแล้วแฮะ...(หรือว่าต้องใช้คำว่านอน?) ขึ้นรถไฟครั้งล่าสุดจริง ๆ ก็ควรได้ขึ้นตู้นอนเหมือนกันนะ เพราะนั่งตอนเย็นไปถึงเช้าที่เชียงใหม่...แต่โรงเรียนดันจัดเป็นตู้ธรรมดาซะงั้น!!!
a book ดูรกครึ้มมาก ๆ ค่ะ ถ้าเป็นข้าพเจ้าไปคงงงเหมือนกัน เห็นแต่ต้นไม้
น้องแมวน่ารัก!!!

และ...บก.บิ๊กกับมาสเตอร์แชมป์สุดยอดดดดด!!>O<

#88 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2009-08-16 18:58

555+

ถ้าเจอ อาโออิ คงไม่ถึงงาน a book หลอก 555+

#89 By พี่แก่ว :P on 2009-08-16 19:38

ถัดไปอีก 3 กิ่ง 55555+ คนหรือค่างคะนั่น

เหมียวสามสีน่ารักจังเยยcry

#90 By preme on 2009-08-16 20:15

ท่านนนภูภู้.............................



หนังสือทั่นขาดตลาดอย่าแรงงงงงงงงงงงง




ข้าพเจ้าเดินจนขาลาก.....ก็หามิเจอT^T





แกปัญหาด่วนคร้าเจ้านายยยยยยยยยยยยยยยย

#91 By สาวแว่นขาจร...ที่แอบเข้ามาบ่อยๆ - -" (110.49.178.188) on 2009-08-16 20:25

มะ มะ แมวว

แผลบ แผลบ แผลบ .... น่าร๊ากกก

#92 By .. * Ar๋tist ♥ on 2009-08-16 20:51

พี่เข้าอะบุ๊คนะ


หนังสือเขาดีจริง
อ่านจบหมดทุกเล่มในร้านเลย (เฮ่้ย)

ชอบนักวาดหลายๆคนในนั้นมากเลยล่ะ
cry

#93 By @o*Tangmae*o@ on 2009-08-16 20:54

ฮึฮึฮึ

จะฮาไปไหน


cry cry

#94 By m★nstress ™ on 2009-08-16 21:10

ฮึฮึฮึ

จะฮาไปไหน


cry cry

#95 By m★nstress ™ on 2009-08-16 21:10

ฮาดีจริง

นั่งรถไฟไม่เจอ อาโออิ แต่เจอพี่อ้อยกระเทยสวนยางก็ยังดีเนาะ sad smile

#96 By Ayuki_s on 2009-08-16 21:20

เว้ยเฮ้ย! ส้วม! น่าเกลียด cry

ไม่เคยเห็นสำนักพิมพ์ a book มาก่อนเลย เห็นแต่ท้องฟ้าจำลอง เมเจอร์ฯ กับศูนย์วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น นอกนั้นไม่เคยไป

ขอต้อนรับสู่กรุงเทพฯ จ้า big smile

#97 By Pigwidgeon on 2009-08-16 21:21

บรรยายได้...ฮามาก

รออ่านตอนต่อไปนะคะ

(เข้าบล็อกนี้ทีไร..อมยิ้มได้ทุกที..ขอบคุณค่ะ)Hot!
รอตอนต่อไป Hot!

#99 By veeza on 2009-08-16 22:03

ตู้นอนแอร์ดีสุดใน รฟท. แล้วจริงๆ (อย่าพูดถึงตู้อย่างอื่น หลอนยังไม่หาย sad smile )

#100 By *~citrus~* on 2009-08-16 22:10