นั่งรถไฟไป a book [part 1]

posted on 15 Aug 2009 13:36 by phuphu  in Article

ก่อนอื่นใดต้องขออภัยคุณนิ้วกลม ที่ชื่อเอนทรีนี้ไปคล้ายกับหนังสือ "นั่งรถไฟไปตู้เย็น" (แค่ไปตู้เย็น ...ผมขึ้นวินมอไซค์ปากซอยเรียกแล้วไปร้านเครื่องไฟฟ้าก็ได้แล้ว...แต่นี่พี่นิ้วกลมแกล่อรถไฟไปจีนเลย) - พูดเล่นน่ะครับ ...แต่ชื่อเอนทรีก็ตรงกับเนื้อหาจริง ๆ เพราะผมมากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมาแล้วครับ เนื่องจากมีภารกิจต้องเป็นพลเดินสาร เพื่อนำราชโองการไปยังสำนักพิมพ์ a book และนำมันมอบให้กับ บก.บิ๊ก แห่ง ราชอาณาจักรอะบุ๊กแลนด์

ผมออกเดินทางจากเชียงใหม่เมื่อวันเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยรถไฟขบวน 14 เวลา 16:30 น. โดยเลือกนอนตู้นอนชั้นบน เพราะผมเป็นคนชอบเล่นของสูง (เช่นเก็บมะพร้าว,ขึ้นเสาโทรศัพท์ ฯลฯ) ก็เลยอยากลองมานานแล้วว่าเวลานอนชั้นบนจะเป็นไง เพราะปกติผมจะนั่งแบบเก้าอี้แบบเอนตลอด รอบนี้เลยขอลองซักครั้ง เผื่อจะติดใจ...

นอนชั้นบน

แล้วผลก็คือ "ติดใจจริงๆ!!"
ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่าตู้นอนแบบนี้นั่นจะมีขนาดพอดีตัวกับคนไทย และน่าจะยาวไม่เกิน 2 เมตรแน่นอน เพราะผมสูง 178 ยังรู้สึกว่ามันพอดีเป๊ะ อารมณ์เหมือนนอนในโลงศพ (อ่า...น่าจะเหมือนมั้ง ยังไม่เคยนอนแต่เดี๋ยวพอถึงเวลาก็จะรู้เองแหละ) ตู้นอนแบบนี้ไม่ใช่ว่าขึ้นรถไฟมาก็นอนเลย แต่จะเป็นที่นั่งเหมือนที่นั่งรถไฟทั่วไปที่ต้องหันหน้าเข้าหากันแล้วพอถึงเวลานอนเจ้าหน้าที่เขาจะมา transformer โช๊งเช๊งๆ กลายเป็นที่นอนในระยะเวลาเพียงเสี้ยวนาที จากที่นั่งธรรมดา...ก็กลายเป็นที่นอนหรูหราไฮโซในบันดล~

สายรั้ง

 แล้วไม่ต้องกลัวจะกลิ้งตก เพราะเขาจะมีสายยังชีพอยู่ 2 เส้น หน้าตาเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่สีน้ำตาล ซึ่งมันทนทานมาก ผมลองกลิ้งไปเพื่อทดสอบ ผลก็คือมันจะเด้งกลับมาที่เดิม เรียกว่าหมดห่วงสำหรับคนนอนดิ้น (นอกจากเอ็งจะดิ้นแบบนักกายกรรม...) ทีนี้พอตกดึกทุกคนก็จะมีเคหะสถานเป็นบ้านของตัวเอง ผมเรียกห้องนอนแบบนี้ว่า "ม่านรูดมินิ" เพราะทุกคนจะมีม่านรูดเป็นของตัวเอง ...และเมื่อกี้ ตอนก่อนหน้านี้พูดถึงที่นั่งแบบหันหน้ามองกันหลายท่านคงนึกถึงหนังเรื่อง "ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น" ที่มีฉากหนุ่มไทยวัยฉกรรจ์ได้ประสบพบเจอกับสาวญี่ปุ่นหุ่นสะบึมบนรถไฟ...

อาโออิ

 ...แต่่นั่นมันในหนังครับ โอกาสเป็นไปได้เท่ากับงมเข็มนาโนฯในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่ผมเจอคือคนญี่ปุ่นหน้าตาเหมือนยากูซ่า (หัวโล้น ๆ ใส่เชิ๊ต มีหนวดครึ้ม ๆ กับทองเส้นบิ๊ก ๆ) ...ไอ้ผมก็นั่งเกร็งเพราะเฮียแกฟัง ipod อย่างสงบนิ่ง ไม่รู้ว่า่ฟังเพลงหรือฟังธรรม...เพราแกนิ่งจริง ๆ นั่งไปเกร็งไป (เงียบทั้งคู่) แอบคิดในใจทำไมไม่เป็น โซระ อาโออิ แบบในหนังฟะ!!? ซักพักเสียงโทรศัพท์ดังเข้า....เอ้า! พับผ่าเป็นสามซีก ที่แท้พี่ไทยเหมือนกัน แกคุยโทรศัพท์เสร็จ ผมเลยทักว่า "ตอนแรกผมนึกว่าพี่เป็นญี่ปุ่น" ...แกก็ตอบว่า "ผมก็นึกว่าคุณเป็นญี่ปุ่นเหมือนกันเลยไม่กล้าคุย..." ปุดโธ่ถัง! แกคงนึกว่าหน้าผมเหมือนทาคุยะ (อ๊วกกกกกก) แต่ผมดันไปนึกนึกว่าแกเหมือนยากูซ่าเสียฉิบ ผมก็เลยต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่....(แต่ขอโทษในใจนะ)

ทีนี้ก็มาถึงช่วงสันทนาการสุดระทึก...(กรุณาดูภาพปลากรอบ)

หลุมดำ

 หลายท่านเห็นแล้วก็คงรู้ว่านี่คือ "ส้วม" (เอ้า...เรียกให้สุภาพหน่อยก็ "ส้่วมครับ") นี่คือที่ ๆ คนขึ้นรถไฟเกือบทุกคนต้องคยเจอมัน แต่หารู้ไม่ มันไม่ใช่แค่ส้วมธรรมดา แต่มันคือส่วนผสมของเทคโนโลยีจากหน่วยงานวิจัยและพัฒนาทางธรณีวิทยาของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับองค์การอวกาศนาซ่า ของสหรัฐอเมริกา ...เราเรียกส้วมนี้ว่า "ห้องสุขาจำลองภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสภาพมวลแรงดูดของหลุมดำ" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "ส้วมรถไฟ" (มันเกี่ยวกัีนตรงไหนฟะ???)

ถามว่ามันมีเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงถึงเพียงนั้นเลยหรือ? ที่เห็นนี่ก็แค่ส้วมธรรมดาเองนะ??

หารู้ไม่แล้วคร๊าบบบ...ผมทดสอบมาด้วยตัวเองเลย และมั่นใจได้เลยว่านักบินนาซ่าก็ยังไม่เคยเจอแบบที่ผมเจอ เริ่มแรกก็คือการถอดกางเกง ถ้าท่านถอดกางเกงในห้องน้ำบ้านท่านมันคงสบาย ๆ ขำ ๆ ...แต่ืท่านลองถอดกางเกงเมื่อพบแรงสั่นสะเทือนระดับ 5  ริคเตอร์แล้วท่านจะหนาว ยิ่งใส่ยีนส์นะ แม่เจ้าโว้ย!! ปากจะไปฟาดกับคอห่านเอา แค่ยืนสองขายังยืนไม่ค่อยจะตรง นี่ต้องเหลือขาเดียวแล้วค่อย ๆ ถอดแบบเสียว ๆ อีก...ผมเนี่ยถึงกับรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของคนในชาติที่เกิดเแผ่นดินไหวบ่อยแบบญี่ปุ่นจนถึงก้นบึ้งของตับเลยล่ะ...

หลังจากอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน...เมื่อผ่านด่านแรกไปแ้ล้ว ท่านจะเจอกับด่านที่ 2 คือ "ด่านหลุมดำ" ลองนึกสภาพหลุมดำขนาดย่อมอยู่ใต้หว่างขาของท่านดูก็ได้ ด้วยเสียงประกอบเป็นเสียงลมกระหน่ำสวนรูดากขึ้นมา เรียกว่าสร้างความเสียวซ่านเป็นอย่างยิ่ง... แล้วถ้าถามว่ารูนี้เมื่อดูดแล้วจะไปไหน ก็ขอเฉลยว่าดูดแล้วมันก็ลงไปตรงรางรถไฟนั่นแหละครับ เขาถึงมีป้ายบอกว่า "กรุณางดใช้สุขาเมื่อรถเทียบสถานี" ...ไม่ต้องบอกก็รู้ครับ ใครทะลึ่งไปใช้ตอนนั้น เมื่อรถไฟไหลออกชานชลาไปแ้ล้ว นายสถานีอาจจะพบกับ ก้อนทอง+ชาเขียว ที่ถูกทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าก็เป็นได้...สร้างความสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่ง

ปล.เห็นวงกลมแดง ๆ ที่ผมวงไว้ในภาพไหมครับ? ...นั่นคือที่เหยียบเพื่อใช้กระบวนท่า "ธาราชำระปฏิกูล" (หรือเรียกแบบไม่ดัดจริตว่าน้ำล้างขี้ ล้างเยี่ยวนั่นเอง) หน้าตามันคล้ายที่เหยียบกระเดื่องกลอง ใครอยากสวมวิญญาณมือกลอง ลองเหยียบเป็นจังหวะเล่น ๆ ก็ได้ครับ...แต่กรุณาอย่าเหยียบเพลิน ไม่งั้นน้ำหมดโบกี้เดี๋ยวพี่ ๆ ท่านอื่นจะงานเข้านา~

หัวลำโพง

 และแล้วก็มาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง...ในตั๋วเขียนไว้่ว่าจะมาถึงราว 06:30 น. แต่รู้ไหมครับว่าผมมาถึง กทม.เวลาเท่าไหร่??? ....10 โมงเศษ ๆ ครับ.... และเวลาที่หายไปนี่หมดไปกับการที่รถไฟจอดในกรุงเทพฯให้รถยนต์ผ่านไปก่อน ...ให้รถยนต์ผ่านไปก่อน.... (ซ้ำอีก 4 รอบ) ...จะบ้าเรอะะะะ!!! รถไฟมันวิ่งบนราง แล้วจอดให้รถยนต์ผ่านไปก่อนเนี่ยนะ บอกได้เลยว่าตั้งแต่เลยสถานีดอนเมืองมา รถไฟมันจอดเกือบทุกแยกที่ตัดกับถนนเลยครับพี่น้อง เพื่อจอดให้รถยนต์สัญจรผ่านไปก่อน...เอ่อ ลองใช้เนื้องอกในสมองตรองซักนิดนะครับ รถไฟมันวิ่งบนรางเนี่ย แค่ปล่อยมันผ่านไป ขบวนไหนเกิน 1 นาที ผมให้มากระโดดถีบปากเจ้าหน้าที่การรถไฟเลย กับการให้รถยนต์ผ่านไปก่อนแล้วให้รถไฟมารอเนี่ย ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะ gentleman ไปทำปลาดุกรัสเซียอะไร???

เกิดผมมีสอบที่กรุงเทพ 8 โมง...ก็บอกลาได้เลยครับ สอบก็ไม่ไ่ด้สอบ ยัดห่าอะไรก็ไม่ได้ยัด ดังนั้นสโลแกนรถไฟไทยคือ "เร็ว ๆ รถไฟไทยไม่...ช้าบรรลัยรถไฟไทยทำ" ดังนั้นในตั๋วบอกถึงเท่าไหร่ ให้คุณบวกไปซัก 2-4 ชั่วโมงเลยครับ จะได้มีเวลานั่งสมาธิสำรวมจิตไม่ให้ด่าบุพการีผู้บริหารการรถไฟไทยมากขึ้นอีกหน่อย...

และแล้วก็มาถึงกทม.ครับ ผมเข้าไปหาที่พักก่อน ก่อนตรงไปยังบริษัท a day ที่เอกมัยซอย 10...

 แต่พอไปถึงแล้วผมก็ดันหาออฟฟิศไม่เจอ...ถามคุณลุงข้างล่างแกบอกว่าออฟฟิศอยู่ชั้น 3 ...คือถ้าเรามองขึ้นไปจากข้างล่างเนี่ยเราจะเห็นเอกมัยช็อปปิ้งมอล์มีแค่ 2 ชั้นน่ะครับ ชั้นสามเราจะเห็นแต่ยอดไม้...ตอนแรกผมไม่เชื่อ เลยลองเดินขึ้นไป สิ่งที่ผมเห็นคือ... ถ้าที่นี่ไม่ใช่ออฟฟิศหนังสือ a book, นิตยสาร a day, นิตยสาร knock knock, นิตยสาร hamburger แล้วล่ะก็...ที่นี่ต้องเป็นรังของผู้ก่อการร้ายแน่นอนครับ ประมาณว่าผมเห็นผู้ก่อการร้ายหน้าจิ้มลิ้มกำลังเมาท์แตกกันหน้าออฟฟิศ a day เลย   ...เพราะไม่ว่าจะมองจากด้านล้าง ด้านข้าง ด้านไหน ๆ ก็ตาม ไม่เว้นมองมาจาก google earth คุณก็จะเห็นแต่สุมทุมพุ่มไม้เต็มไปหมด...ไม่เชื่อดูป้ายที่ผมเห็นตอนแรกได้ครับ...

อะบุ๊ก

 ป๊าดดด...

แค่ป้ายก็บอกแล้วว่าสำนักพิมพ์ a book นั่นรักษ์ธรรมชาติขนาดไหน ป้ายชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ด้านข้างซะงั้น (หารู้ไม่ แท้จริงแล้วสำนักพิมพ์ a book เป็นฉากหน้าขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีชก็เป็นได้...) คือถ้าที่นี่เป็นแหล่งของผู้ก่อการร้ายจริง ต่อให้ตำรวจไทยเก่งขนาดไหนก็ไม่มีวันจับได้หรอกครับ... ไม่รู้วินมอ'ไซค์หน้าปากซอยจะรู้หรือยังว่าตึกนี้มีบุคลากรทางด้านหนังสือแห่งหนึ่งของไทยกำลังทำงานกันอย่างขมักเขม้นอยู่...

ระหว่างที่ผมนั่งรอก บก.บิ๊ก อยู่นั้น...ทางพี่ทีมงาน a book ก็เอาหนังสือมาให้ผมอ่านเล่นครับ อ่านไปก็หัวเราะไปหลายเล่ม ผมก็นั่งอ่านรออย่างเมามันส์ และโดยเฉพาะเล่มนี้ครับ (นี่คือช่วงโฆษณาแฝงนะครับ...รับทราบโดยทั่วกัน)

abc strip

กับ abc: comic 'Strips' รวมผลงาน 30 นักวาดเขียนร่วม 200 แก๊ก!  ....อ่านเล่มนี้แล้วแทบวางไม่ลง!!! (เพราะบนโต๊ะมีมดเต็มไปหมด ไม่รู้ใครมากินขนมไว้...แย่จริงๆ) โดยเฉพาะกับการ์ตูนของเว็บมาสเตอร์ของบล็อกแถวนี้ที่มีชื่อคล้ายลูกชิ้นนั่นแหละครับ อ่านแล้วฮากลิ้งเลย มุกพี่แกทำผมน้ำหูน้ำตาไหล (ไม่เชื่อถามทีมงานหนังสือ a day กับ knock knockได้ครับ...ใครเดินไปเดินมาเวลานั้นจะพบกับไอ้ผมยาวเสื้อดำคนนึง นั่งหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ ขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมายไว้ก่อน...หัวเราะแบบคนโรคจิตนิด ๆ ครับ ซึ่งผมเรียกอาการนี้ว่า "อาการหัวเราะแบบไม่สม่ำเสมอเพื่อรักษามาดและหน้าตา" (แต่ผลออกมาเหมือนไอ้โรคจิตที่หัวเราะหึหึออกมาโดยไม่มีสัญญาณบ่งบอกเหมือนเลือดออกในไรฟัน) ...และขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่นั่นเอง ก็พบว่ามีเสียงลึกลับขึ้นมาในบริเวณนั้น...!!

 

...

หรือว่าผมจะเจอเจ้าืที่เจ้าทาง...บริษัท daypoets เล่นงานเข้าให้แล้ว 
เพราะผมไม่ให้เกียรติสถานที่...หัวเราะรักษามาด หรือเพราะการใดก็ตามแต่ ผมจึงเร่งหาต้นตอของเสียงทันที เพื่อสกัดความกลัวที่เกิดขึ้นในจิตใจ และหวังว่าคงไม่เจอสิ่งที่คาดไว้ในตอนกลางวันแสก ๆ ผลก็คือ....

 

 

 

 

แมววว

 แม่เจ้า!!... หรือนี่คือ "เทพพิทักษ์ประจำบริษัท" ดังที่เขาร่ำลือกัน ที่พยานผู้พบเห็นกล่าวว่ามันพึ่งตกตึกมาไม่กี่วันก่อน...ส่วนผลเรอะ!! ...ก็แค่ปากแตก นี่ขนาดปากแตกนะ พี่ล่อน้ำเหมือนวิ่งข้ามซาฮาร่ามาสามวันสามคืน เอ๊ะ บริษัท นี้ยังไงเนี่ย ไม่มีน้ำแดงน้ำเขียวมาเซ่นท่านเทพพิทักษ์เลยหรือไง? เลยต้องปล่อยให้ท่านมาซดน้ำราเขียว (ญาติกับชาเขียว) แบบหิวกระหายถึงเพียงนี้่... ผมได้แต่ตั้งข้อสงสัยในใจ จนกระทั่งบก.บิ๊กเดินทางมาถึง ผมก็ยังไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าอาจจะได้ปากแตกแบบท่านแมวเทพพิทักษ์ ...ด้วยท่าพิฆาตฝ่ามือหมีตบของท่าน บก.บิ๊ก เสียเอง

คุยกันได้พักใหญ่...ก็พบบุคคลสำคัญท่านหนึ่งเดินทางมาถึง ท่านนั้นคือ...

บก. & มาสเตอร์

                     บก.บิ๊ก                       เว็บมาสเตอร์เว็บ X-วัยรุ่น (เอ๊กซ์ทีน)

...

พบว่าทางเว็บมาสเตอร์เดินทางมาไกลยิ่ง ละม้ายคล้ายถังซัมจั๋งเดินทางไปชมพูทวีป ด้วยการต่อรถมา 4 รอบ เพื่อมาดูหน้าและชี้ตัวผู้ต้องหาคดีดองบล็อก...สร้างความซาบซึ้งตราตรึงขึงพืดใจข้าพเจ้ายิ่งนัก (หารู้ไม่...ที่จริงคือพี่แกแวะมากินข้าวตะหาก) คุยกันได้ซัีกพักก็ขึ้นไปยังออฟฟิศ a book ....

ถึงตรงนี้ขออนุญาตไม่เล่าต่อ...เพราะสถานการณ์มันวุ่นวายมาก
จนความทรงจำผมขาดหายไป...
เมื่อผมย่างก้าวเข้าไปในออฟฟิศ a book....

- จบตอน -  = ก็เป็นหมันอ่ะดิ... 

 

หมายเหตุ : หรือติดตามเรียลริตี้ " นั่งรถไฟไป a book " ได้ทาง http://twitter.com/phuphu
(ฉายแบบ side story ถึงวันที่ 17 สิงหาคม ศกนี้...เท่านั้น)


รักษาสุขภาพ(จิต)ด้วยครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
つづく

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ   ขันน้ำ
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry หัวใจ

Tweet

แมวน่ารักอ่ะครับ
แผลบ!
แผลบ!
แผลบ!

big smile open-mounthed smile confused smile

#1 By นายแอปเปิ้ล on 2009-08-16 00:48

1. เราอยากเจอท่านนัก..ท่านภู่จัดหนัก เราคงต้องสะสมแต้มแลกบุญวาสนากันต่อไป จนกว่าจะได้ปะกัน

2.เราอยากไปเยี่ยมนังบัวลอย (แมว) ยิ่งนัก ไม่เกี่ยวกับเป็นห่วงอะไร แต่อยากเห็นแมวปากแตก...

ได้ข่าวว่าอะบุ๊คและอะเดย์กำลังจะซื้อร่มชูชีพให้นังบัวลอยติดหลังไว้ เพราะคาดว่าหากนังบัวลอยยังทำตัวเป็นจีจ้าไต่ตึกเหมือนทุกครั้ง มันต้องได้ตกตึกอีกแหง

3.ท่านผู้ใหญ่บ้านในรูปดูง่วงๆ นะ

#2 By วิชัย... on 2009-08-16 00:51

เคยนั่งรถไฟไฟเชียงใหม่ ค่ะ
ช้าไปประมาณ 4 ชม. เกือบ 5 ได้
และพบปีเตอร์ ขณะกำลังจะหลับ
ทำให้ไม่อยากนั่งรถไฟอีกเลย sad smile

พอกลับมากทม.
ไปถามคนอื่นๆที่ไปบ่อยๆ
ก็พบว่า เลทเป็นเรื่องปกติแล้ว sad smile

"เทพพิทักษ์ประจำบริษัท" น่ารักมากค่ะ cry


รออ่านตอนต่อไปค่ะ

#3 By ka-fae-nom on 2009-08-16 00:52

อะโห รถไฟไทยนี่มันสุดยอดจริงๆ
มีแต่สิ่งดีๆ ให้คุณเลือกสรร sad smile

รูปเวปมาสเตอร์แอบเหมือนพระถัง จริงด้วย (ว้า่วว) wink

#4 By yooney มาเยือน~ on 2009-08-16 00:55

โอ้วววว บรรยายถึงรสชาติมาก

#5 By U_Rei_3 on 2009-08-16 00:56

เห็นป้ายชี้ไป a book แล้วฮาแตกเลย

สรุปเค้าทำงานกันบนต้นไม้รึนี่

#6 By พีสิบสาม on 2009-08-16 00:57

ประสบการณ์รถไฟตู้นอนมีทั้งหมด 1 ครั้ง ในสมัยวัยเยาว์ ... จำอะไรไม่ได้นอกจากว่า ที่นอนมันสนุกมาก และนอนไม่หลับ ... orz ... เพราะเสียงรถไฟกระหึ่มเกินเดซิเบลมากๆ

ปล. ใช้คำว่า "จบตอน" ... แปลว่า ต้องมีตอนต่อไปสินะคะ ... - -+

#7 By dreamy on 2009-08-16 00:57

รถไฟแบบนั้นเราก็เคยขึ้นค่ะ นึกถึงตอนเด็กๆจังเลยน้า...
แมวน่ารักด้วยคน แผลบๆๆconfused smile

#8 By ยู่ยี่. on 2009-08-16 01:01

มุขกระจุยกระจายเชียว

#9 By aprileighth on 2009-08-16 01:03

ห้องน้ำมัน....สุดยอดมากค่ะ wink

#10 By miyago on 2009-08-16 01:03

ไอ้เรื่องรถนี่ มันก็พูดยากจริง ๆ ค่ะ


เพราะบางครั้ง (และเยอะมาก) ที่รถมัน จะว่าไงดี

ติดอยู่คาทางรถไฟ

(แบบว่า ก็ตอนกรูมาไฟยังเขียว แต่ข้างหน้ากรูหยุดแล้วว แล้วจะให้ทำไง)


การจราจล เอ๊ย จราจรกทม ก็งี้ละค่ะ

#11 By Nekoi ~ Sweet Alice on 2009-08-16 01:05

ม่วน ๆๆๆ


วันหลังจะไป ... ก็ชวนกันนิสสสนึงน่อ


ไค่ไปโตย confused smile

#12 By caffeineaddict on 2009-08-16 01:06

ระบบรถไฟไทย เจ๋งที่สุดในจักรวาล!!confused smile

#13 By Ruchesmowse on 2009-08-16 01:08

ที่แท้ไม่ได้มาเพราะส่งสารถึง a day หรอก แค่มาเที่ยวใช่ไหมล่ะ confused smile

#14 By Media Eater on 2009-08-16 01:10

แมวน่ารัก

ตอนทรานฟอร์มเมอร์ เป็นตู้นอน ปรับที่นั่งเป็นเตียง ดึงผ้าใบมาปิด จากตรงไหนหว่า

คิดเหมือน #2 ผู้ใหญ่บ้าน ดูง่วงๆน้อ

ปล. เฝ้ารอดูผลงานตีพิมพ์จ้า

#15 By NiDA MAilO on 2009-08-16 01:13

กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซ


ป๋าแชมป์น่ารกั 555



แมวก็น่ารัก


แล้วป้ายนั่นมัน..5555
เคยได้ยินเรื่องห้องน้ำบนรถไฟมาเหมือนกัน (แต่ยังไม่กล้าลอง หึหึหึหึ) จริง ๆ ผมก็สงสัยด้วยนะ ว่าไอ้หลักการปล่อยของเสียบนรถไฟเนี่ย มันใช้กับเครื่องบินด้วยใช่มั้ยเนี่ย


แล้วมันลงไปที่....

#17 By rokjitjung on 2009-08-16 01:18

นอนในรถไฟ เป็นอะไรที่ชอบมากเลยตอนเด็กๆน่ะครับ
ชอบที่ว่ามันดูเป็นส่วนตัวดี cry

...แมวน่ารักดีครับ ว่าแล้วพวกสัตว์นี่ก็ดีนะครับจะกินน้ำที่ไหนก็ได้
ลองเป็นคนดูสิ น้ำสกปรกหน่อย ก็ท้องเสียกันแล้ว . .

#18 By QuarterQuartz on 2009-08-16 01:18

แผลบๆ
จะติดตามตอนต่อไป เล่าฮาในทุกชอตopen-mounthed smile
ไม่เคยขึ้นรถไฟเลยน่าเศร้าจริงๆ
ยังไงก็จะขออ่านประการณ์ดีๆ(??sad smile)ที่บลอคนี้ล่ะกัน

#19 By Chochou on 2009-08-16 01:22

ท่าทางการใช้ส้วมรถไฟน่าระทึกยิ่งนัก confused smile
และขำคำบรรยายในรูปที่ป้ายชี้ไปทางต้นไม้มากๆค่ะ XD

#20 By ~ Reinz ~ on 2009-08-16 01:25

บรรยายได้มันส์มากคุณภู่ การเดินทางไปยังสถานที่เป้าหมายแลดูช่งครื้นเครง หรรษายิ่งนัก

หนังสือเล่มนัน้ลองซื้อมาเพราะเป็นแฟนผลงานของอะบุ๊คอยู่แล้ว เปิดๆไป ไม่นึกว่าคุณภู่จะมาแจมด้วยแหม่

รแติดตามการเดินทางไปอะบุ๊คของคุณภู่ต่อนะฮะ
นั่งรถไฟ

ให้รถยนต์ผ่านเล่น
ฮิฮิ

#22 By กล้วยศรี ♥ on 2009-08-16 01:34

เล่าได้น่ารักมากๆอ่ะค่ะ confused smile
วันหยุดเสาร์อาิทิตย์ไม่ว่างไปเดินเที่ยวเลย
ไม่งั้นว่าจะถือบั่นทอนปัญญาไปตามล่าหาเฮียภูซะหน่อย cry

#23 By Irelin (124.121.113.41) on 2009-08-16 01:34

ไม่ได้อ่านที่คุณภูภู่เขียนบล็อกมาซะนาน
ยังบรรยายได้โหด มัน ฮา เหมือนเดิมเลยค่ะ

ชอบตรงน้องแมวซดน้ำราเขียว (ฮา)
เอิ้กๆ ฮาตลอดเรื่อง จนไม่รู้จะเม้นท์เรื่องไหนแล้ว มันเยอะเกิน =w=a

รถไฟถึงที่หมายช้าไหม ไม่รู้ แต่เคยนั่งแบบว่านานมากกกกก

สูบพลังกายยิ่งนัก =___=llll

#25 By saisuna on 2009-08-16 01:42

เพิ่งรู้ว่าอะบุ๊คเป็นองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม sad smile

#26 By นักรบ on 2009-08-16 01:42

ฮามาก
ช่วงนึงที่ใช้บริการรถไฟไทยบ่อย ๆ พอมาถึงแถบเมืองนี่
ชะโงกหน้าออกนอกหน้าต่างไป สรรเสริญรถไฟไป

"ทำไมเอ็งจอดถี่จอดนานเยี่ยงนี้"
"จะใจเย็นไปไหน"
"ตูอยากกลับบ้าน"

และอื่น ๆ อีกมากมาย

#28 By Buffo on 2009-08-16 01:44

อยู่กทม.อีกนานไหมอ่ะคะ?

ถ้าพี่กุ้งจะไปทานข้าวกับพี่ จะได้ไปทานข้าวกะพี่ด้วย

จะไปขอลายเซ็นต์พร้อมกอดซักที อิอิ

#29 By BassYoncE on 2009-08-16 01:47

นอนข้างล่างก็โอเคนะครับ
มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นวิวสบายตาดี (ตอนเช้าตอนกลางวันนะ) ถ้าตอนกลางคืนคงเห็นแต่ไฟผีกระสือแทน หึหึ

#30 By リリース on 2009-08-16 01:47

เคยนั่งรถไฟตู้นอนแบบนี้เหมือนกันค่ะ นั่งจากกรุงเทพไปเชียงใหม่
แต่ตอนนั้นได้นอนข้างล่าง มันจะกว้างกว่าข้างบนนิดหน่อย
สนุกดีเหมือนกัน แต่นอนไม่ค่อยหลับ 555+

ป้ายบอกสนง.ชี้ขึ้นยอดไม้เลย
เลือดอนุรักษ์เค้าแรง อร๊างงง

แมวน่ารัก ชอบๆๆๆๆๆๆ

#31 By PEACE on 2009-08-16 01:50

ยอดไปเลยตั้งแต่ขึ้นรถไฟมาไม่เคยถ่ายหนักเลยแม้นแต่ครั้งเดียวสุดยอดดด เลย ท่าน

#32 By ทากน้อย on 2009-08-16 01:59

บอกคำเดียวว่ารากงอกครับ sad smile

#33 By Mc~ on 2009-08-16 02:05



อิๆ ขึ้นมาแล้วหรือ

#34 By Shuu Exteen on 2009-08-16 02:08

ยังเขียนบทความได้อารมณ์ขัน เหมือนเดิม . . . . .

#35 By L.Statagem on 2009-08-16 02:10

จะรออ่านตอนที่พัก... แล้วกลับวันไนหรอ?

#36 By thaianime on 2009-08-16 02:14

ฮามุขต้นไม้ครับconfused smile

#37 By Akara_gat on 2009-08-16 02:18

ท่านภูฯ เล่าซะขำอึแตกอึแตน วิ่งเข้า ห้องสุขาจำลองภัยพิบัติฯ แทบไม่ทัน 555

เรื่องรถไฟนี่.. ผมเคยเจอแบบ บอกว่าถึง4-5 โมงเย็น เอาจริง ทุ่มกว่าๆ เหอๆ

ว่าแต่กลับวันไหนรึครับ เผื่อจะได้ไปลองนอนโลงมั่ง 555

#38 By ไอ้แพท.. on 2009-08-16 02:21

พูดมาแบบนี้ชักอยากเข้าไปเยี่ยมสำนักพิมพ์ดูบ้างแล้ว

ปล. ซื้อมาแล้วครับ สะตริป ฝากป้าแป้นซื้อมาให้

#39 By น้ามชา on 2009-08-16 02:24

555555+

ฮากระจายยย

อาโออิ.... ไม่เกี่ยวๆๆ

น้องเหมียวน่ารักค่า~~ แผลบๆๆๆ

#40 By Inne on 2009-08-16 03:00

ลองเข้า ห้องน้ำ รถทัวร์ดู สนุกพอกัน เหอๆ รถไฟตู้นอนชั้นบน ลองหันหัวไปอีกด้านสิ อ้วกแตกเลย กลับเชียงใหม่ วันไหน ไปด้วย ห้าๆ

#41 By ร่มไร้อาร์ on 2009-08-16 03:01

ไปถ่ายรูปท่านเสวยน้ำ ไม่โดนท่านข่วนก็บุญแล้ว confused smile confused smile ท่านขี้อายนะ
เมื่อก่อน คืนตั๋วรถไฟได้หลังจากรถออกไปแล้ว 30 นาที (เผื่อสำหรับคนติดภารกิจมาไม่ทัน) แล้วจะได้เงินคืนครึ่งหนึ่งของราคาตั๋ว

เดี๋ยวนี้ ต้องคืนก่อน "รถออก 30 นาที"

เมื่อก่อนรถด่วนนครพิงค์ขบวน 1, 2 ถือว่าสะอาด ดีที่สุดในสายเหนือ (เผลอๆ ดีที่สุดในประเทศ) เดี๋ยวนี้ ปีเตอร์ ปีเตอร์ และ ปีเตอร์ มานอนด้วยเฉยเลย sad smile

ตั้งแต่นั้น เวลากลับเชียงใหม่ ผมจะเปิดเวบ เล็งหาตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นแบบถูกๆ กลับบ้านดีกว่า
ประหยัดเวลา และไม่จิตตกเพราะน้องปีเตอร์มานอนด้วยได้เยอะเลย

#43 By Eddalion on 2009-08-16 03:04

(ต่อ) รูปส้วมดูโชกโชนนะครับคุณภู
แล้วออฟฟิสอยู่บนต้นไม้รึเปล่าครับ sad smile

#45 By SkyKiD on 2009-08-16 03:16

บ.ก.อยู่บนต้นไม้..คิดได้ไง...ฮ่าๆๆๆ...

แต่ป้ายชี้ไปทางนั้นจริงๆด้วยอ่ะ?

#46 By シンニイ【SHiNNii】☆~♪ on 2009-08-16 03:46

เคยขึ้นรถไฟตอนเด็กเล็กๆ รถไฟไม่มีแอร์ ทำให้หลับไม่ลงเลย

คุณภูระวังตัวเองไว้ กระเป๋าเป้หายในรถไฟ (เพื่อนเราเคยหายนะ)

ปล.แมวน่ารัก confused smile เจ้าของใคร embarrassed

#47 By eak48 on 2009-08-16 04:17

เห็นความคืบหน้าใน tweet เป็นระยะๆแล้ว แต่มาอ่านแบบนี้ก็รู้สึกว่ามีเรื่องผจญภัยเยอะแยะน่าดู ^^" ( ขำก๊ากตรงป้ายบอกทางนี่แหละ เอิ๊ก )

ระหว่างที่ยังไม่ได้กลับเชียงนี่ ถ้ามีโอกาสได้เจอกันก็คงดีนะฮะ :D ( เผื่อเอาบั่นทอนปัญญาสามัญประจำบ้านไปให้เซ็น ฮา )

#48 By Jelphyr on 2009-08-16 04:19

ปีหน้า อาจได้เห็นรีวิวเครื่องบินใช่มะฮะ?..confused smile

#49 By Pop L'Arc on 2009-08-16 08:35

แมวเลียได้ใจมาก ขนาดปากแตก๕๕๕๕๕+



#50 By •กุ๊ดจี่• on 2009-08-16 09:01