กราบสวัสดีครับ ผมชื่อวิศรุตครับ...

เนื่องจากช่วงนี้คุณภูภู่ฯ จำเป็นต้องพักผ่อนซักระยะ

ทำให้ผมต้องมาอัพบล็อกแทนเขาซักพักนะครับ

ผมจึุงขอฝากเนื้อฝากตัวมา ณ ที่นี้ด้วยครับผม

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้ผมเหนื่อยมากครับ...

แต่ถึงจะเหนื่อย ผมก็มีความสุขนะ

ไอ้ความรู้สึกแบบนี้ที่ผมได้รับครั้งสุดท้ายคือ...

ไ่ม่รู้สิ ผมจำไม่ไ้ด้แล้ว มัน a long ,long time ago...

ตอนนี้ทำให้ผมรู้ตัวว่าที่ผ่าน ๆ มา ผมมันเหมือนคนท้องอืด

คือมันยังปล่อยไม่สุด มันมวนอยู่ในท้อง และ มันดองอยู่ในลำไส้

การทำงานช่วงนี้จึงเปรียบได้กับได้รับยาถ่ายชั้นดีจากยอดเขาเหลียงซาน

ผมได้เรียนรู้การถกเถียง และยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หลังจากร้างรามันมานาน

ผมพบว่าไอเดียผมไม่ได้บรรเจิดที่สุดในโลก และผมยังต้องการความคิดเห็นจากคนอื่น

ซึ่งปกติผมจะขอฉายเดี่ยวตลอด เพราะผมเป็นยอดมนุษย์ เป็นที่สุดแห่งเทือกเขาอัลไต

แต่มันไม่ใช่... สิ่งที่ดียิ่งกว่าคือการแชร์ความคิดเห็น การประชุม และการระดมสมอง

การทำงานเป็นทีมตอนนี้จึงเป็นอะไรที่มีความสุขมาก และผมเองก็ชักเริ่มจะเสพติดมันซะแล้วสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงนี้ผมคงต้องขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อว่า "วิศรุต" (ซึ่งแปลได้ว่าผู้มีชื่อเสียง)

ท่านหลายคนสงสัยว่า "ภูภู่ฯ" หายไปไหน เป็นอะไรหรือไม่? ไม่สบายหรือเปล่า?

ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่้วงหรอกครับ

เพราะเขาแค่หลับไปครับ...

ถึงตรงนี้ทุกท่านก็คงสงสัยว่าวิศรุตมันเป็นใครสินะครับ ?

ฮะ ฮะ ก็มีหลายคนชอบคิดว่าเราทั้งสองคนคือคน ๆ เดียวกันบ่อย ๆ น่ะครับ

เพราะนิสัยเราคล้ายกัน พูดจา้เหมือนกัน แถมหน้าตาก็ดันมาเหมือนกันอีกแน่ะ

ซึ่งขอบอกว่าคิดผิดถนัดครับ เราสองคนคล้ายกัน แต่ไม่ใช่คนเดียวกันซะัทีเดียวนะ

วิศรุตเป็นสิ่งมีชีวิตมีเลือดเนื้อครับ ส่วนภูภู่เป็นความทรงจำในรูปแบบสัญญาณรหัสไฟฟ้า

สรุปว่าภูภู่ฯ คือ "จิตวิญญาณอันไร้ตัวตนที่สองของวิศรุต" (Immaterial Secondary Spirit)

ถ้าจะให้อธิบายอย่างเป็นหลักการก็คือ...

ภูภู่ฯ ไม่อาจเป็นวิศรุตได้ และ วิศรุตก็ไม่อาจเป็นภูภู่ฯ ได้ครับผม

เช่นเมื่อผมกำลังขับรถอยุ่ก็จะไม่มีภูภู่ (ณ ปัจจุบัน) อยู่ในโลกนี้ (พอจะเข้าใจไหมครับ?)

โดยที่คุณนั้นสามารถจับต้องตัวผมได้ แต่คุณจับตัวภูภู่ฯไม่ได้ครับ คุณได้แค่เห็นเท่านั้น

ที่สำคัญผมก็ไม่สามารถเป็นในสิ่งที่ "ภูภู่ฯ" (หรือตัวตนเสมือนในโลกเสมือน) ทำไว้ได้

ก็คือตรงที่วิศรุตยังคงเป็นคนธรรมดา ไม่เป็นที่น่าจดจำ แต่ที่ถูกจดจำกลับเป็นคุณภูภู่ฯ

ซึ่งหลายครั้งวิศรุตเองก็อดสงสัยมิได้ว่า ถ้าวันหนึ่งวิศรุตตายไป ใครจะจดจำผมได้บ้าง ?

นอกจากญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิท ที่รู้จักกันกับวิศรุต (แต่หลายคนเขาก็ไม่รู้จักภูภู่ฯ)

และก็คงมีก็คนรู้จักในโลกเสมือนของภูภู่ฯ เท่านั้น ...ที่สงสัย ว่าภูภู่ฯ หายไปไหน?

ภูภู่ฯ ไม่หายไปไหนหรอกครับ ท่านเปิดบล็อกนี้มา ท่านก็เจอกับ ภูภู่ฯ แล้ว

แต่วิศรุตน่ะ โดนเผาเป็นผงไปแล้วครับ...

...

มาคิดดูผมว่ามันก็น่าเศร้าเหมือนกันนะครับนี่...

ที่คุณภูภู่ฯ ยังคงอยู่ให้ท่านเห็นหน้าค่าตาตราบนานเท่านาน

(ตราบใดที่ข้อมูลต้นฉบับยังไม่ถูกทำลายล้างให้สูญสลายหายไป)

แต่จะมีซัีกกี่คนที่จะคิดถึงหรือ(อยากจะ)รู้จักกับวิศรุตมั่งไหมครับ...?

ซึ่งวันนี้วิศรุต จึงอยากขอทำตามความฝันซักครั้งนะครับ

ตอนนี้วิศรุตกำลังทำงานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งอยู่อย่างขมักเขม้นครับ

โดยปล่อยให้ ภูภู่ฯ ได้นิทราหลับไหล ให้เขาได้พักผ่้อนบ้างครับ

และเมื่อวิศรุตโลดแล่นตามใจฉัน จนเป็นที่พอใจเมื่อใดแล้ว

เมื่อนั้น ภูภู่ฯ ก็จะกลับมาไฉไลอีกครั้งหนึ่งครับ...

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียงจากซ้าย : อนุศักดิ์ , อุฬาร , วิศรุต , ชิษณุพงศ์ , อรุณี และ ณัฐดนย์



และ ณ ห้วงเวลานี้ ไปจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภา่คม...

บล็อกนี้จะขอปรับเข้าสู่รูปแบบ " Primary " เป็นการชั่วคราว

ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดโดยมุมมองและทัศนะของวิศรุตครับผม

โดยคุณภูภู่ฯ ก็คงจะไม่มีเรื่องราวอะไรมาบั่นทอนสติปัญญาท่านซักระยะ...


 

 

 

 

 

 

 


ผมอาจจะไม่ใช่ Entertainer ที่ดีเหมือนคุณภูภู่ฯ นักนะครับ

ถ้าหากทำให้รำคาญใจอย่างไร ผมก็คงต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ซึ่งตอนหน้ากระผมคาดว่า จะมาเล่าถึงเรื่องที่กำลังทำอยู่ตอนนี้น่ะครับ...

สวัสดีโรตีสวัสดิ์

(ง่ะ...ไม่ฮาใช่ไหมครับ นั่นสินะ ผมคงสู้คุณภูภู่ฯ ไม่ได้จริง ๆ ด้วย)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry