อวสานซารารี่แมน

posted on 21 Aug 2006 15:49 by phuphu

อภิมหาฯคำเตือน :
Entry นี้ เครียดหน่อยนะพี่น้อง

พูดถึงฮีโร่แห่งประเทศญี่ปุ่นแล้วคุณนึกถึงใครกันบ้าง ?
ถ้าเป็นผู้ชายก็คงต้องตอบว่า ไอ้มดแดงหรืออุลตร้าแมน
ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงต้องตอบว่าเซเลอร์มูน อะไรพวกนี้สินะ
แต่เดี๋ยวก่อน วันนี้ผมจะขอมาแนะนำสุดยอดฮีโร่ของจริง

Salaryman หรือ Salariman ( サラリーマン)
" ยอดมนุษย์ ซาราริมัง " ( หรือซารารี่แมน )...
เป็นชื่อที่ใช้เรียก(ยอด)มนุษย์เงินเดือนเพศชาย
ในขณะที่ OL หรือ Office Lady (オーエル)
คือชื่อขนานนามของเหล่ายอดมนุษย์เพศหญิง

ซึ่งหากนับทั้งสองรวมกันแล้ว ก็คิดเป็นจำนวนมหาศาล
พวกเขาและเธอมีบทบาทและหน้าที่เป็นกงจักรสำคัญ
ในสังคมเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ที่ยังต้องแข่งขันกัน
ตลอดเวลา วันนี้...ผมจะมาเล่าเรื่องราวของพวกเขาให้ฟัง

วัฎจักรของมนุษย์เงินเดือน

พูดถึงซารารี่แมน ก็มิได้จำกัดแค่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น
ซารารี่แมนมีอยู่ทุกประเทศทั่วโลก แม้แต่ประเทศไทย
แต่ก็ไม่มีมนุษย์เงินเดือนหน้าไหน ที่เทียบเท่าญี่ปุ่นได้
ไม่เชื่อลองมาดูวัฎจักรชีวิตประจำวันของพวกเขากันดู...


06.30 : แหกอุจาระตา ขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน


07.30 : เดินทางอย่างเมามันส์ เพื่อรีบเร่งไปฐานบัญชาการ


08.50 : ถึงโต๊ะทำงาน ก็ต้องพร้อมออกปฎิบัติภารกิจ !!


09.00 : ประชุมแผนงาน เพื่อเริ่มภารกิจประจำวัน


12.00 : พักเพื่อเติมพลังงานจากข้าวกล่อง ( หรืออาหารสะดวกซื้อ )


13.00 : เริ่มทำภารกิจต่อในยามบ่าย


17.00 : พนักงาน Part Time จะเลิกงาน
แต่ซารารี่แมนจะเริ่มทำ OT ( OverTime ) ต่อไปเลย


19.00 : สังสรรค์เข้าสังคมกับเพื่อนร่วม(อุดมการณ์)งาน ( Relax )


21.00 : เดินทางจากฐานบัญชาการ กลับสู่ที่พัก


22.00 : จอดสนิท ที่เตียงนอน...

วัฎจักรดังกล่าวจะ วน Loop อยู่ถึง 5 วันใน 1 สัปดาห์
ในวันเสาร์จะปฎิบัติภารกิจเพียงครึ่งวัน บางสัปดาห์นั้น
ก็ต้องออกไปปังย่า ( ตีกอล์ฟ ) กับบริษัทคู่ค้าเพื่อกระชับมิตร
หรือพาเจ้านายไปหาความสำราญ กับแสงสียามราตรีในเมือง..

ความเหมือนที่แตกต่าง

จากวัฒจักรดังกล่าว ซารารี่แมนญี่ปุ่นนี่ถือได้ว่าสุดยอด
เพราะจังหวะมันจะวนซ้ำอยู่แบบนี้ไปตลอดปีตลอดชาติ
แต่ความแตกต่างของเหล่าผองซารารี่ในโลกนี้ยังคงมีอยู่
นี่คือผลของการเปรียบเทียบมนุษย์เงินเดือนของสองชาติ

ซารารี่แมนปลาดิบ

- สำนักงานจะมีโต๊ะเล็ก ๆ วางเรียงชิดกันเหมือนสลัมบอมเบย์
- โต๊ะทำงานจะรวมกันกลายเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ และทำงานร่วมกัน
- สมาชิกทุกคนต้องหันหน้าเข้าหากัน ( สมานฉันท์ )
- ไม่มีที่เก็บเอกสารส่วนตัว อยากใช้อะไรต้องไปเบิกที่คลังพัสดุ
- หัวหน้าแผนกขาใหญ่จะนั่งหัวโต๊ะ พนักงานใหม่ไฉไลจะนั่งท้ายโต๊ะ
- การทำงานเป็นแบบโครงการ และทุกคนก็ต้องสุมหัวกันทำ

ซารารี่แมนมะกัน

- มีพื้นที่กว้าง ๆ และมีโต๊ะใหญ่ ๆ ของใครของมัน
- พนักงานจะแยกกันทำงาน แบ่งเป็นห้องหับส่วนตัว
- เมื่อทำของใครของมันแล้ว ก็เอางานมาสุมหัวประชุมกัน
- พนักงานทุกคนมีที่เก็บเอกสารและอุปกรณ์ส่วนตัว (แถม PC อีกเครื่อง)
- ตกแต่งห้องทำงานได้ตามสบาย แปะรูปอะไรก็ได้ไม่หนักกบาลใคร
- เดินไปเดินมาได้ , คุยโทรศัพท์ได้ ต่างคนต่างไม่สนใจกันและกัน

นี่คือผลการเปรียบเทียบกับองค์กรในขนาดกลางของสองชาติ
ของพี่ไทยคงเกิดจากการผสมผสานทั้งสองชาติเข้าด้วยกันอีกที
เพราะของพี่ไทยจะเป็นโต๊ะแบบสลัม แต่เล่นเกมส์ได้หน้าตาเฉย
( ในความเป็นส่วนรวม คนไทยเราก็เป็นส่วนตัวได้สบายใจเฉิบ )

...

อวสานซารารี่แมน

ไม่ได้แซวชื่อหนังสือหรือภาพยนตร์ของใครนะ
แต่อยากจะบอกไว้ถึงความจริงอันแสนรันทด..
ของเหล่าซารารี่แมนแดนปลาดิบ ที่ต้องทำงาน
กันแบบหามรุ่งหามค่ำ บางทีก็ทำกันแบบลืมตาย

ผลก็คือ...



เข้าสู่ช่วงสาระน่ารู้ กับหนูภูภู่ฯ ( เครียดเหลือคณานับฯ )

จากการที่ซารารี่แมนเมืองปลาดิบ ได้ทำงานกันแบบไม่ลืมหูลืมตา
มีสาเหตุมาจากการใช้ทฤษฎีองค์การ ( Organization Theory )
ในหลักของทฤษฎีองค์การ จะแบ่งออกเป็น 3 หลักใหญ่ใจความ
ได้แก่...

1.) ทฤษฎีองค์การสมัยดั้งเดิม ( Classical Theory )
2.) ทฤษฎีองค์การสมัยใหม่ ( Neo - Classical Theory )
3.) ทฤษฎีองค์การสมัยปัจจุบัน ( Modern Theory )

หนูภูจะขอพูดถึง Classical Theory ที่ซารารี่แมนญี่ปุ่นเผชิญอยู่
ทฤษฎี CT มีมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อความสอดคล้อง
กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคนั้น ลักษณะเด่นของ CT ก็คือ
การเน้นความเป็นทางการโดยมุ่งผลผลิตสูง ( Ecomomic ) และเร็ว
โดยการมุ่งให้มนุษย์ทำงานให้เสมือนเครื่องจักรกล ( Mechanistic )

ทฤษฎี CT เป็นแนวคิดเห็นพ้องจากนัก Organization หลายคน ได้แก่
Frederiok Taylor, Max Weber , Lyndall Urwick และ Luther Gulick

ในขณะที่ทฤษฎีองค์การสมัยใหม่ หรือ NEO-CT นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การ
ใช้สังคมวิทยาและจิตวิทยามาประยุกต์ โดยใช้หลักการมีมนุษย์สัมพันธ์
หรือ Human Relations Movement และให้ความสำคัญกับความรู้สึก
โดยเปิดให้ยอมรับอิทธิพลทางสังคม สามารถส่งผลต่อการทำงานได้

ส่วนหลักของทฤษฎีองค์การสมัยปัจจุบัน หรือ MT นั้นถือว่าสมบูรณ์แบบ
เพราะเป็นการรวมเอาหลัก CT กับ NEO-CT มารวมกัน และใช้ศาสตร์อีก
มากมายหลายขนาน มาผสมผสานกัน โดยมีคติต่อองค์กรในแง่ที่ยืดหยุ่น
จนทำให้เกิดการมองในมุมของ Humanistic ซึ่งเห็นมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต+จิตใจ

มิใช่มองว่ามนุษย์เป็นเพียงเฟืองกล ของสิ่งที่เรียกว่าองค์กร แบบ Mechanistic
ซึ่งเป็นระบบที่เหล่าบริษัทในญี่ปุ่นยังคงใช้กันอยู่ เมื่อเฟืองอันหนึ่งยังคงหมุนอยู่
เฟืองทุกตัวก็ต้องหมุนตาม เหมือนการทำ OT หากใครไม่ทำถือเป็นคนเห็นแก่ตัว
เพราะฉะนั้นระบบจึงดึงให้ทุกคน "ต้องทำ" ไม่ใช่ "สมัครใจทำ" แบบที่ระบบอ้าง

มองการใกล้ กับ ซารารี่แมนไทย

เนื่องด้วยผู้ชมของ Blog นี้จำนวนไม่น้อยที่เป็น Salary Man และ Office Lady
( รวมไปถึงเพื่อน ๆ อีกหลายท่าน ที่ก็เริ่มหันเหเข้าสู่ระบบของมนุษย์เงินเดือน )
จึงอยากขอเตือนให้ทราบซึ้งถึงคำว่า "พอดี" และ "ทฤษฎีพอเพียง" ของในหลวง

การโหมงานหนัก ไม่พักผ่อน อาจทำให้เกิดผลเสียต่อทั้งสภาวะร่างกายและจิตใจ
ธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้เป็นสิ่งมีชีวิต หาใช่เครื่องจักรไม่ และแม้แต่เครื่องจักรเอง
ก็ยังมีวันเสื่อมสลาย วันที่ต้องซ่อมบำรุง แล้วจะเอาอะไรมนุษย์เงินเดือนธรรมดา..

" You're human.
not mechanism. "

ข้อมูลอ้างอิงไว้พักพิงใจ :
http://www.culture-at-work.com/jworklife.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Salaryman
http://en.wikipedia.org/wiki/Office_lady

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โดนสั่งทำรายงานมารึคับเพ่...
เอ้วววว มนุษย์เงินเดือนบันไซ!!!~(ตัวเราก็มนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน...) เครียด...ขี้เกียจ ง่วงนอนแต่ถ้าไม่ทำไม่มีเงิน จ๊ากกกกกก

(แต่เรื่องพอเพียงนี้...อ่านะ....ยิ่งทำมากยิ่งเงินมากแต่อันนั้นนอกงานประจำไม่นับล่ะค่ะ )

ปล.ซ่อมบำรุงเราทำทุกวัน ถ้าใครนานๆว่อมทีระวังเป็นเยอะนา....

#2 By *~citrus~* on 2006-08-21 16:01

มนุษย์เงินเดือนเหมือนกันแต่ประสิทธิภาพต่างกันระหว่าง ฝรั่ง ญี่ปุ่น ไทย

มีข้อดี ข้อเสีย กันคนละอย่างเนาะ

#3 By hasana on 2006-08-21 16:08

ท่าน sio ช่างทายได้แม่นเหมือนจับวางจริง ๆ
คล้ายๆ วิชา HR เลยง่ะ ...

อย่างนี้นี่เอง....อืม....

พอจะรู้มาบ้างแหละว่า ที่ญี่ปุ่น มนุษย์เงินเดือนมันช่างเครียด

ปล. อยากทำงานฟรีแลนซ์เหมือนกัน แต่กลัวไส้แห้งง่ะT_T

#6 By J@an~♪♫ on 2006-08-21 16:17

อยากหลุดพ้นจากวัฏจักรนี้จัง

#7 By ipats (80.232.117.24 /203.144.187.18) on 2006-08-21 16:18

อ่านแล้วก็เครียดมากกว่าขำ
เพระเราหรือก็คือ salary woman เช่นกัน

#8 By ::NamWarn:: on 2006-08-21 16:23

เหอๆ ของไทยก็คล้ายๆ ครับ ผมเคยทำบ ญี่ปุ่นมา บอกได้คำเดียวว่า Meng!!!!

ผมพอเพียงแล้ว แต่หัวหน้าเค้าไม่พอใจ ไม่พอเพียงอ่ะคับ เหอๆๆ

#9 By plynoi แว่วศรี on 2006-08-21 16:25

โดน โดน โดน
ยังไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือนค่ะ เหอๆ แต่อีกหลายปีก็คงจะเป็นแล้วแหละ
น่าสงสารและเห็นใจมนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นจัง หุๆๆ

#11 By [EniledA]-’๐ on 2006-08-21 16:29

เอเมนนน

#12 By ทากน้อย on 2006-08-21 16:30

ใครเป็นซารารีมัง ระวังโรคคาโรชิ(ทำงานจนตาย) ก็แล้วกัน
ท่าทางหนูเป็นพวกทำงานได้เงินเป็นก้อนๆ มังคะ
เอิ้กๆ
ผมเป็นซาลารี่มังขบถๆ คนหนึ่งครับ

#15 By Bickboon on 2006-08-21 16:47

จึ๊กกกกกกกกกกกส์



แทงใจหมานุดเงินเดือนอย่างข้าพเจ้า




แต่สงสัยข้าพเจ้าเป็นหมานุดพันธุ์ผสมแห่ะ
อะไรที่หาเงินได้และสุจริต เหมาหมด
... ... แต่เอาน่า กะลังสร้างเนื้อสร้างตัว ฮ่าๆๆ
อืม ... แล้วข้าราชการไทย นี่คงห่างไกลมนุษย์เงินเดือนไทยป่าวคะ ระบบการทำงานเพื่อองค์กรเหมือนกัน
แต่รู้สึกว่าระบบข้าราชการ ประสิทธิภาพไม่เท่าเทียม
เอ๊ะ หรือข้าราชการยี่ปุ่นก็มุ่งมั่นเท่าซารารี่แมน

เอ๊ะ - -'' ทำไมมันถึงไปเกี่ยวกะข้าราชการไดหล่ะเนี่ย งง ...


ตกลงว่าพี่ภูโดนรายงาน ^^ 555+

#17 By 「 Self + SenSe 」 on 2006-08-21 16:57

อ่านไป ปวดหัวใจ แปล๊บ~ แปล๊บ~ ไปพลาง

/me - หายใจยาวแล้วกลับไปทำงานต่อเงียบๆ (ได้เวลาเริ่ม OT แล้วสินะ)

#18 By fern on 2006-08-21 17:02

ทฤษฎีเป๊ะๆ เลยนะ
.................................
ส่งงานอ. เที่ยวนี้ขอให้ได้ A
เป็นการเขียนรายงาน หรือการบ้านที่แหวกแนวมากๆ 5555
.................................

#19 By pjuneja on 2006-08-21 17:08

เราก็มนุษย์เงินเดือน....
แต่ยังดีที่ไม่เครียดขนาดนั้น...
เพราะเครียดๆก็เล่นปังย่าแบบหน้าตาเฉยได้

#20 By koyubi on 2006-08-21 17:18

อ๊ากกก
โดนใจ

#21 By ข้าวปุ้น on 2006-08-21 17:25

....สาว OL สุดยอด !!!!!!!!!!

#22 By Keith on 2006-08-21 17:37

อย่าหักโหมทำโอทีเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก....อย่างนี้มันกดดันให้โหมทำโอทีชัดๆ
.........นะ น่ากลัว ไม่อยากเข้าวังวนแบบนี้ง่ะ

#23 By Lullaby-nocturne (ลู) on 2006-08-21 18:02

จน เครียด เข้ามาอ่านบล็อค...

#24 By โอ๋เอง / q-..-p / OHA on 2006-08-21 18:34

สาวแว่นรูปสุดท้ายยอดมาเลยงับ
ความเห็นของมนุษย์ เงินเดื่อนก็......สุดยอด

#25 By ۞ RECCA۞ on 2006-08-21 18:34

เคยได้ยินมาว่า. . .ปกติเค้าแทบจะไม่ลาพักร้อนกันด้วยซ้ำอ่ะค่ะ

แล้วเรื่องกฎในที่ทำงานก็เข้มกว่าไทยอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

#26 By tameaw on 2006-08-21 18:50

อื้อ น่ารักจัง(หมายถึงคุณลุงที่นอนทำงานนะ ฮา)
มนุษย์เงินเดือนนนน*[]*

#27 By [Violence_Vile] on 2006-08-21 18:52

ถึงผมจะไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน แต่ว่าดูอย่างนี้น่ากลัวจริงๆ

ชอบสาวแว่นคนสุดท้ายอ่ะครับ

#28 By Boldblade on 2006-08-21 19:05

คิดว่าพอจะเข้าใจนะครับ เพราะท่านพ่อเราก็เคยทำงานบริษัทญี่ปุ่น เท่าๆที่สังเกตก็ไม่แตกต่างจากซารารี่แมนเท่าไหร่ ต่างแค่ตรงที่ว่า มีเวลาว่างในวันๆนึงมากกว่า วันหยุดก็ไปพักผ่อนกับครอบครัวอ่ะ

ตอนเด็กๆก็เคยคิดเหมือนกันว่า ซารารี่แมนหรือออฟฟิศเลดี้เค้าไม่เบื่อบ้างรึไง วันๆก็เหมือนๆเดิม
ถึงจะคิดว่ากิจวัตรนักเรียนน่าเบื่อแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังมีปิดเทอมให้รอคอยล่ะนะ

#29 By ~ยูกิ~ on 2006-08-21 19:33

อือ~ ทำรายงานเหนื่อยมั้ยคะ

#30 By ~ヽ(´▽`)ノ【tomoe】 on 2006-08-21 19:37

เจอรูปสุดท้าย หายเหนื่อยเลยครับ

สู้ต่อไป..ซาลารี่แมน

#31 By Pop L'Arc on 2006-08-21 19:45

ขาสวยขาวเรียว.....อ๊ายยย ชอบงะ
วันนี้เนื้อหาสาระอัดแน่น (โดยเฉพาะช่วงท้าย มีtheoryด้วย...) ไฮโซวมากๆเคอะ

สู้ต่อไปน่ะคะsalarymanทั้งหลาย (ขอมอบเพลงkeep trying ของ Utada Hikaruให้เยยค้า)

#32 By ♬♩nattö ♪♫ on 2006-08-21 19:58

นอนกัยตรงนั้นเลยเรอะ
ถ้าทำOTกับOLสาวแว่นคนนี้ล่ะก็ จะให้เป็นเครื่องจักรก็ยอมล่ะครับ

#34 By คุณแมว_OVA on 2006-08-21 20:08

อ่านแล้วไม่อยากเรียนจบเลยแฮะ ขอซิ่วไปเรื่อยๆได้ไหมน่ะ? จะได้ไม่ต้องเป็น OL เห่อๆๆ
ว่าแต่คนไทยนี่สร้างสรรค์จริงประยุกต์เข้ากับตัวเองได้เป็นเลิศ 555

#35 By หนูพุก on 2006-08-21 20:21

เอ่อ...ขอทำงานอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องมาเป็นOMW(Office Magane Woman)ละกันขอรับ= ="

#36 By saya chan on 2006-08-21 20:30

แอบมาเตือน วัฎจักรไม่ใช่เหรอคะ คุณภูฯ (ฎ ปฎักอะ)

#37 By Arthy on 2006-08-21 20:32

สมาคม MOL...*0*

#38 By Chubby Chocobo on 2006-08-21 20:34

ซารารี่แมนใครว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ หุหุ
p.s. ช่วงนี้ถือได้ว่า เป็นช่วง โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำแล้วครับ

#39 By リリース on 2006-08-21 20:43

เฮ้อ น่าสงสารมนุษย์เงินเดือนนะ...- -

ทำงานมาแทบตายสุดท้ายก็โดนเตะ

#40 By Baconkung on 2006-08-21 20:59

เฮฮามีสาระนะครับ
เคยได้ยินมานานแล้วครับซาลารี่แมนเนี่ย จากการ์ตูนเรื่งอะไรซักอย่าง รู้สึกจะเป็นชินจังนะ ก็พ่อมัน (ฮิโรชิ) เป็นซาลารี่แมนอยู่นี่นา

#41 By [LightSaber] on 2006-08-21 21:07

ตลกดีจังน่ะคับโตขึ้นผมจาเปงอย่างเน้ยป่าวหนอ??

#42 By ~ [C] i d e r ~ on 2006-08-21 21:14

โห หมดสภาพเลย ลุงๆ
ทำงานกันดึกจังเลย พักผ่อนกันไม่พอได้ง่ายๆเลยนะเนี่ย
อ่า...อีกไม่กี่ปีเราก็ต้องกลายเป็นแบบนั้นแล้วสินะ...

#44 By ナメキ✩ なめい on 2006-08-21 21:39

"ด้วยรักและแว่นตา" ซะงั้น !!! ........ อิอิ
ด้วยรักและแว่นตา.....

><" คนญี่ปุ่นทุ่มเททำหน้าที่ของตัวเอง
คนไทยทุ่มเททำความสบายในหน้าที่ตัวเอง

5555

#46 By hikaru on 2006-08-21 21:57

โดนๆๆ จริงๆ ครับ คุณภู

#47 By Yashima on 2006-08-21 22:03

เฮ่อ ซักวันเราก็ต้องเป็นอย่างนั้นรึนี่
เมื่อเป็นแล้วก็ขอให้จบไปเร็วๆ ละกัน

ด้วยรัก...แว่นตา (??)

#48 By ch_a_m_p on 2006-08-21 22:11

เฮ่อ วัยทำงานนี่นรกมากเลยนะท่าทาง แต่ทำไงได้อ่ะ เพื่อปากท้องนี่นะ
สาวเเว่นสุดยอดสส

#49 By *** on 2006-08-21 22:33

มีเพลงของthe dead of saleman เป็นเพลงเปิดประจำตัวด้วยสิ

#50 By zoo on 2006-08-21 22:33